คนที่เหนื่อยที่สุดในโลกคือ ”คนขี้อวด” ยิ่งอวดยิ่งดูโง่ ยิ่งคุยโตยิ่งดูด้อยค่า

คนที่เหนื่อยที่สุดคือ “คนขี้อวด” ยิ่งอวด ยิ่งดูโง่ ยิ่งคุยโต ยิ่งดูด้อยค่า

คนเรานั้นนิสัยก็มีหลายประเภทด้วยกันค่ะมีทั้งดีและไม่ดีปนๆกันไป แน่นอนว่าโลกของเรานั้นก็ไม่ได้เป็นสีขาวซะทีเดียว มันก็อาจจะมีเทามีดำปะปนบ้าง มีขาวมีดำ ก็เช่นเดียวกับคนค่ะ คนเรานั้นมีนิสัยที่แตกต่างกันออกไป บางคนก็นิสัยดี ต่างคนก็นิสัยแย่ แต่บางคนนั้นเรามองอยู่ห่างๆนั้นก็ไม่เชิงว่าไม่ดีไม่เชิงว่าดี คนนิสัยที่เราจะพูดถึงในบทความนี้นั่นก็คือคนที่ขี้อวดนั่นเองค่ะ คนที่ขี้อวดนั้นเรามองว่าเป็นคนที่เหนื่อยที่สุดนะคะ อาจจะเป็นเพราะอะไรก็ตามอ่านบทความที่สั้นกันด้านล่างนี้ได้เลย

ความขี้อวดทำให้เกิดความโลภและความโลภ (ที่เกินพอดี) เหนี่ยวนำให้เกิดการเบียดเบียน “ชอบอวดรวย” ก็จะโลภที่จะเกิดได้เงินได้ทองได้วัตถุ ไม่ได้ต้องการได้เพื่อชีวิตดีขึ้นนะ

แต่ต้องการได้เพื่อโชว์ให้คนอื่นดู ส่งเสริมอัตตาตัวตน ตัวกู-ของกูให้มากขึ้น เลิกอวดรวย อวดเก่ง อวดดี อวดฉลาด อวดนั่นอวดนี่ได้แล้ว คนที่อิ่มในตัวเอง

ไม่จำเป็นต้องพูดบอกใครต่อใครว่าฉันอิ่ม แต่คนที่ขาดต่างหาก ต้องอวดเพื่อสร้างเกราะกำบัง ให้คนอื่นไม่รู้ว่าฉันขาด

ในทางจิตวิทยาจึงบอกว่า? ใครชอบอวดอะไร ลึกๆ คือ ขาดสิ่งนั้นหรือเคยขาดสิ่งนั้นมาก่อน ในทางพุทธศาสนา ท่านเห็นตรงกัน

“อวด” คือ การแสดงโอเว่อร์เกินกว่าที่เป็นจริง มันเป็นการส่งเสริมอัตตาตัวตนอย่างที่บอกไป ยิ่งอวดมากเท่าไหร่ ในใจจะเหมือนมีพายุ

ที่ไม่มีวันสงบสิ้นได้ซักที ความสุขปลอมๆของขี้อวด คือ ได้รู้สึกเหนือกว่าใครซักคน ในช่วงเวลาที่สั้นเหลือเกิน หลังจากความว่างเปล่าจะเข้ามากัดกินหัวใจ

กระตุ้นให้อวดอะไรให้ครั้งใหม่อีกที เลิกอวดอ้าง แล้วปล่อยวางซักที วันๆ มัวแต่หาอะไรมาอวดนั่นอวดนี่อยู่นั่นแหละ ลองถามใจตัวเองดู ไม่เหนื่อยหรือยังไง?

เก่งได้ แต่ อย่าอวดเก่ง ภูมิใจได้ แต่อย่าให้มากถึงขนาดหลงตัวเอง? เพราะความหลงตัวเองนั้น ฆ่าคนเก่งและคนดีมานักต่อนัก

ยิ่งคิดว่าตัวเองดีเลิศเท่าไหร่ก็ยิ่งมีโอกาสสูง ที่เราจะมองไม่เห็นหัวคนอื่น นี่คือเรื่องจริง เพราะกิเลสมันมีคู่ของมันอยู่ เมื่อมันมาหนึ่งตัว มันจะลากตัวที่สอง สาม สี่

และยกพวกตามมาเป็นขบวน ถ้าเรามองโลกแบบตรงไปตรงมา ก็จะเห็นว่า? แทบจะเป็นไปไม่ได้ ที่คนหลงตัวเองจะไม่คิดดูถูกคนอื่น

แล้วนิสัยดูถูกคนอื่น ก็จะนำมาซึ่งนิสัยที่ชอบเปรียบเทียบตัวเองกับคนอื่น เมื่อนิสัยชอบเปรียบเทียบมาถึง คราวนี้มันก็จะพานิสัยที่ชอบตัดสินคนอื่นติดมาด้วย คนนั้นก็ไม่ดี คนนี้ก็ไม่ฉลาดทำแบบนั้นไม่ดี ทำแบบนี้ก็ไม่เข้าท่า คนหลงตัวเอง จะเริ่มเปลี่ยนตัวเองให้กลายเป็นเทวดาน้อยๆ ผู้ไม่เคยทำอะไรผิด

เริ่มติดกับความเก่งของตนเอง เริ่มติดกับความสำเร็จที่มีอยู่ เริ่มทำตัวเป็นคนธรรมดาที่ไม่สำคัญไม่เป็น ทั้งหมดนี้คือภัยคุกคามมิตรภาพ และความสุขในชีวิตของตนเองและคนรอบข้าง

อันที่จริงแล้วยิ่งเป็นคนเก่งเท่าไหร่ ยิ่งต้องมีความอ่อนน้อมถ่อมตนเท่านั้น ความอ่อนน้อมนี่เอง จะสามารถถ่วงน้ำหนัก ทำให้เท้าของเราให้ติดดิน ไม่ลอยขึ้นฟ้าเพราะความลำพองใจ

รวมความแล้วว่า การเห็นคุณค่าของตัวเองนั้นไม่ผิด และเป็นเรื่องชอบธรรมที่ควรทำ แต่อย่าให้มันลุกลาม ถึงขนาดทำให้เรากลายเป็นคนหลงตัวเอง เพราะคนหลงตัวเอง ก็คือ คนแพ้ตัวเอง

คนที่แพ้ตัวเอง ก็คือ คนที่แพ้ทุกสิ่งทุกอย่าง

เป็นยังไงบ้างคะเมื่ออ่านแล้วก็รู้สึกจริงใช่ไหมล่ะคะ และถ้าหากใครนั้นมีนิสัยเหล่านี้อยู่และอยากจะปล่อยวางบ้างก็ลองค่อยๆปรับตัวเองดูนะคะ เรามีเราก็เงียบให้มากขึ้น บางสิ่งเราก็ไม่จำเป็นที่จะต้องอวดใครทุกคน เพราะมันอาจจะทำให้ใครหลายๆคนนั้นไม่ชอบเราก็เป็นได้ แต่ก็จริงอยู่ที่ว่าเราไม่สามารถทำให้ใครทุกคนนั้นชอบเราไม่ได้หรอกค่ะ แต่เราก็เลือกที่จะทำตัวของเรานั้นให้ดีและให้มีคนชื่นชมเราจะดีเสียกว่าการที่คนนั้นเกลียดเราเพิ่มขึ้นนั่นเอง

ขอบคุณข้อมูล : samutpokdum



error: Content is protected !!