ข่าว ! ข่าวดารา ความสวย ความงาม ความรัก กิน เที่ยว



น่าทึ่ง! เพียงแค่ออกกำลังกายท่านี้ท่าเดียว น้

10 เรื่องดีๆ ของคนมีรัก

แฟนจับได้ว่านอกใจ แต่เราสำนึกผิด ไม่อยากเลิกค

เมื่อแฟนเรากับแฟนเก่าคุยกัน

กรีดอายไลน์เนอร์ขอบตาล่าง แบบแคทอายส์สุดเฉี่ย

เช็กด่วน! ดวงการเงินสัปดาห์นี้ ใครจะ 'รวย' เว

ความเชื่อเรื่องการทำสมาธิ

เลี่ยงเถอะ! 10 อาหารอันตราย ไม่มีประโยชน์ กิน

ต้องหามากินบ้างซะแล้ว !! แค่กล้วยปิ้งธรรมดาๆ

10 สูตรรักษากระแดด...สำหรับคนงบน้อย!!

5 วิธีแก้ริมฝีปากดำ ให้ปากน่าจุ๊บ!

โกลว์แบบมือโปร!! 5 ทริค ?ลง Highlighter? ให้ส

เคล็ดไม่ลับ สำหรับคนเป็นความดันโลหิตต่ำ

ทำบุญตักบาตรร้อยครั้ง ไม่เท่าทำบุญกับพ่อแม่เพ

7 ท่าโยคะคลายเครียด งานเข้าจนเพลีย วิธีนี้ล่ะ

หยุดซะถ้าไม่อยากพัง!! มาดู 3 ผลเสียจากการ ?กั

แก้กรรม!! 6 ปัญหาชีวิตสุดรันทด ที่หลายคนกำลัง

ผิวแห้งและคันมาก จัดการยังไงดี

ปฏิวัติการนอนใหม่ 2 สัปดาห์กับผลลัพธ์อันน่าอั

เคล็ดลับ 9 ข้อของสาวอารมณ์ดี


ความสวย ความงาม > สาเหตุที่ลดน้ำหนักไม่ได้

สาเหตุที่ลดน้ำหนักไม่ได้
ทำกันมาทุกวิธีทางไม่ว่าจะเป็นสูตรไหนต่อสูตรไหนแต่น้ำหนักก็ไม่ยอมลดหายไปไหนเช่นเดิม โดยเฉพาะไขมันบริเวณหน้าท้องที่ดูเหมือนว่ามันจะไม่ยอมไปไหนง่ายๆ ทำท่าว่าจะขออยู่ด้วยกันตลอดไป ถ้าเจอกันแบบนี้แล้วลองมาดูพฤติกรรมดังต่อไปนี้ ว่าเป็นเหตุผลที่เจ้าไขมันไม่อยากไปจากเราหรือเปล่า    เหตุผลที่ 1 ความเครียด การทำงานยุ่งๆ บางครั้งทำให้เรารู้สึกเครียด และการที่เราปล่อยตัวเองให้เครียดจึงทำให้เรารับทานของว่างบ่อยเกินไป และทำกันเป็นประจำจนเป็นนิสัยความเคยชิน ทำให้น้ำหนักเพิ่มขึ้นแบบไม่รู้ตัว การคิดว่าความเครียดจะช่วยเผาผลาญแคลอรีมากขึ้นนั้น จริงๆ แล้วไม่ใช่เป็นความคิดที่ผิด ความจริงก็คือความเครียดจะไปเพิ่มการสร้างฮอร์โมนชนิดหนึ่งซึ่งมีชื่อเรียกว่าคอร์ติซอล (Cortisol) เจ้าฮอร์โมนตัวนี้จะทำการส่งสัญญาณให้ร่างกายรักษาความคงที่ของน้ำหนักตัวไว้ และยังฝากไขมันไว้ที่หน้าท้องมากขึ้นอีกด้วย (ไขมันที่หน้าท้องเป็นไขมันที่กำจัดออกยากที่สุด ยังเป็นสาเหตุของโรคเบาหวาน ทำให้มีคอเลสเตอรอลสูง และตามมาด้วยสาเหตุของปัญหาสุขภาพอื่นๆ อีกด้วย) แถมยังมีฮอร์โมนคอร์ติซอลที่ทำให้คุณรู้สึกเจริญอาหาร โดยเฉพาะอาหารหวานต่างๆ ที่มีไขมันสูงและแน่นอนอาหารพวกนี่เป็นศัตรูตัวร้ายของน้ำหนักและความผอมของคุณอีกด้วย ดังนั้นการที่เราปล่อยให้ตัวเองเครียดจะเป็นสาเหตุให้เราทานของว่างบ่อยขึ้นและทำให้มีน้ำหนักตัวที่เพิ่มขึ้นตามไปด้วย    วิธีแก้ คือ ความเครียดเป็นสิ่งที่ต้องขจัดออกเป็นอันดับแรก เมื่อรู้สึกมีอาการเครียดหลังจากต้องเผชิญหน้ากับสถานการณ์ต่างๆ ที่น่าเบื่อ ก็ต้องให้เวลาตัวเองได้พักผ่อนโดยการเคลียร์สมองบ้าง เช่น อาจจะออกไปเดินเล่นสัก 5 นาที หรือจุดเทียนกลิ่นลาเวนเดอร์ไว้ในห้อง เทียนกลิ่นนี้สามารถช่วยให้เรารู้สึกผ่อนคลายและช่วยในการคลายความเครียดได้ หรืออาจจะใช้วิธีการพักผ่อนทางใจโดยการนั่งแล้วปิดตาลง หายใจเข้าลึกๆ นึกถึงภาพวิวทิวทัศน์สวยๆ สถานที่สงบๆ สัก 10-15 นาที วิธีนี้จะช่วยลดฮอร์โมนคอร์ติซอล และยังช่วยขจัดความอยากกินอาหาร โดยเฉพาะพวกขนมขบเคี้ยวต่างๆ ที่ชอบทานได้อีกวิธีหนึ่ง    เหตุผลที่ 2 การนอนดูโทรทัศน์ การนอนดูโทรทัศน์เป็นสาเหตุหนึ่งที่ควรระวัง เพราะได้มีการค้นพบมาว่าคนที่ดูโทรทัศน์ระหว่าง 1-2 ชั่วโมงต่อวันนั้น มีจำนวนมากถึง 93 ใน 100 คน มีแนวโน้มว่าจะมีน้ำหนักเกินกว่ามาตรฐาน มากกว่าคนที่ดูทีวีน้อยกว่า 1 ชั่วโมงต่อวัน เพราะเวลาที่เราดูทีวีนั้นเราไม่ได้ทำการเคลื่อนไหวร่างกายนั่นเอง เนื่องจากเราจะมัวสนใจอยู่กับรายการโปรดของเรา และยังพบอีกด้วยว่าในช่วงเวลาที่เรานอนดูโทรทัศน์ยังทำให้อัตราการเต้นของหัวใจและความดันโลหิตรวมถึงการเผาผลาญพลังงานของร่างกายก็จะลดลงไปด้วย แต่ในคนรูปร่างปกติ ขณะดูทีวีระบบของการเผาผลาญพลังงาน หรือเมตาบอลิซึมจะทำงานที่ต่ำมากเพียง 20-30 แคลอรีต่อชั่วโมง ก็หมายความว่าถ้าเรานั่งเฉยๆ อยู่ที่หน้าจอทีวี วันละ 5 ชั่วโมงทุกๆ วัน จะมีโอกาสทำให้น้ำหนักเพิ่มขึ้น 0.45 กิโลกรัมในระยะเวลาภายใน 1 สัปดาห์ และเกือบทุกครั้งที่เรานอนดูทีวีอยู่บนโซฟาเราก็จะมีขนมคบเคี้ยวติดมือไว้ทุกๆ ครั้งจึงเป็นการเพิ่มแคลอรีให้กับเราตัวเองอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้    วิธีแก้ คือ ตอนที่เราดูทีวีสมควรเลือกดูเฉพาะรายการโปรดที่เราชอบจริงๆ พอจบรายการที่เราชอบก็ให้ปิดทีวีแล้วหันไปทำกิจกรรมอย่างอื่นแทน และที่สำคัญในขณะที่ดูทีวีไม่ควรทานขนมขบเคี้ยวต่างๆ ไปด้วยอย่างเด็ดขาด    เหตุผลที่ 3 การไปเที่ยวสังค์สรรกับแฟน การออกไปเที่ยวหรือไปสังสรรค์กับแฟน แล้วมีการดื่มเครื่องดื่มประเภทแอลกอฮอล์ในทุกครั้งที่ไปเที่ยวด้วยกัน โดยที่คุณอาจจะคิดว่าดื่มเฉพาะวันที่ไปเที่ยวกันเท่านั้นไม่น่าจะเป็นไร แต่ถ้าคุณไปเที่ยวกันบ่อยๆ และมีการดื่มกันเป็นประจำ ก็เป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ไขมันสะสมพอกพูนขึ้นได้ โดยเฉพาะที่รอบเอว ถึงแม้ว่าเราจะยังไม่เข้าใจสาเหตุที่แน่นอน แต่จากผลการศึกษาค้นคว้าวิจัยพบว่าคนที่ดื่มเกิน 4 แก้วในทุกครั้งที่มีการดื่มเกิดขึ้น ถึงแม้จะเป็นการเที่ยวเพียงแค่อาทิตย์ละครั้งก็ตาม จะทำให้เกิดมีไขมันหน้าท้องมากกว่าเมื่อเทียบกันกับคนที่เที่ยวบ่อยแต่ดื่มในปริมาณที่น้อยกว่า    วิธีแก้ คือ ทุกครั้งที่ต้องออกไปสังสรรค์ไม่ว่ากับเพื่อนหรือกับแฟนให้ดื่มในปริมาณที่น้อยลง เพียงแค่ 1 แก้ว หรืออาจจะน้อยกว่านั้นก็ได้ แต่ถ้าต้องการดื่มมากเกินกว่า 1 แก้ว ให้เลือกดื่มเครื่องดื่มชนิดอื่น เช่น ดื่มไวน์ ซึ่งมีผลการวิจัยหลายชิ้นระบุไว้ว่า คนที่ดื่มไวน์จะมีหน้าท้องยื่นน้อยกว่าคนที่ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ชนิดอื่น    เหตุผลที่ 4 ชีวิตการแต่งงานที่มีความสุข มีการค้นพบว่าเราจะมีน้ำหนักเพิ่มขึ้นโดยเฉลี่ยประมาณ 2- 5 กิโลกรัม ภายหลังจากการแต่งงานได้ 2 ปี (ผลการวิจัยจากมหาวิทยาลัยมิเนโซต้า) เหตุผลหลักก็คือมักพบว่าคู่แต่งงานใหม่ๆ มักจะเลือกทานอาหารที่เหมือนหรือคล้ายคลึงกัน โดยเฉพาะคุณผู้หญิงที่มักจะหันไปรับประทานตามอย่างสามี เมื่อเทียบกับเมื่อตอนเป็นโสด คุณอาจจะทานเป็นบางมื้อ หรืออาจจะเลือกทานเฉพาะผลไม้หรือผักสลัดในช่วงมื้อเย็น แต่พอแต่งงานแล้วคุณจะมีแนวโน้มในการเลือกรับประทานอาหารน้อยลง แต่มีปริมาณการรับประทานที่เพิ่มมากขึ้น ถ้าเป็นแบบนี้แน่นอนเหลือเกินว่าน้ำหนักก็จะต้องเพิ่มขึ้นตามปริมาณของอาหารที่เรารับประทานเข้าไป    วิธีแก้ คือ คู่สามีภรรยาควรหาเวลาว่างชักชวนกันไปออกกำลังกาย เพื่อช่วยควบคุมน้ำหนัก ซึ่งนอกจากจะได้รูปร่างที่ดีสมส่วนขึ้นแล้ว ยังมีผลทำให้สุขภาพดีขึ้นอีกด้วย ยังมีผลการรับรองด้วยว่าคู่แต่งงานที่ออกกำลังกายร่วมกันถึง 95 % มีการหย่าร้างกันน้อยกว่าคู่ที่แยกกันทำกิจกรรมต่างๆ และควรสัญญากันว่าจะชวนกันเลือกทานอาหารที่เบาขึ้นไม่หนักเกินไปในแต่ละมื้อ หรืออย่างน้อยสัก 2-3 มื้อ ใน 1 สัปดาห์    เหตุผลที่ 5 อากาศหนาว ในหน้าหนาวเป็นหน้าที่สาวๆ หลายคนชอบ เพราะจะได้สวมใส่เสื้อหนาวสวยๆ มาอวดกัน และยังมีสาวๆ อีกเป็นจำนวนมากที่จะมีความสุขกับการบริโภค เป็นสาเหตุทำให้ได้รับแคลอรีมากขึ้นตั้งแต่ 1000- 1500 แคลอรีต่อวันกันเลยทีเดียว สำหรับในช่วงที่มีอากาศหนาวนั้น บางคนจะมีอาการซึมเศร้ามีการใช้พลังงานร่างกายน้อยลง เป็นสาเหตุทำให้มีอาการของความเศร้า หงุดหงิดง่าย และรู้สึกเหนื่อยล้าตลอดช่วงฤดูหนาว อธิบายได้ว่าเกิดจากช่วงเวลากลางวันที่เวลาน้อยลง ทำให้เกิดการลดระดับของสารเซอโรโทนิน และโดพามินในสมอง เป็นสาเหตุทำให้เรารู้สึกเฉื่อยชา แต่กับกระตุ้นให้เรารู้สึกอยากอาหารจำพวกแป้ง และขนมหวานมากยิ่งขึ้น    วิธีแก้ คือ พยายามเดินตากแดดหรือออกไปโดนแดดบ้างในช่วงเวลาตอนกลางวันให้ได้ประมาณ 15-30 นาที ต่อวัน แสงแดดจะมีส่วนช่วยให้อารมณ์ดีขึ้น และการออกกำลังกายก็เป็นอีกวิธีที่จะช่วยให้เรารู้สึกกระปรี้กระเปร่าและกระฉับกระเฉงขึ้นได้ และยังช่วยเผาผลาญแคลอรีในร่างกายได้อีกด้วย แต่ถ้าได้ปฏิบัติแบบนี้ไปแล้วเป็นเวลา 2 สัปดาห์ คุณก็ยังมีอาการรู้สึกซึมเศร้าหดหู่อยู่ก็ไม่ควรจะปล่อยไว้ ควรรีบปรึกษาแพทย์จะดีกว่า ที่สำคัญพยายามอย่าหาซื้อขนมขบเคี้ยว ของหวาน มาติดไว้ที่บ้าน ควรจะซื้อเป็นผัก ผลไม้ หรือพวกธัญพืชติดบ้านไว้จะเป็นการดีที่สุด    เหตุผลที่ 6 การไม่นอน การศึกษาวิจัยจากมหาวิทยาลัยซิคาโก ค้นพบว่าการนอนน้อยเกินไปจะส่งผลให้ระบบเมตาบอลลิซึมในร่างการเกิดอาการแปรปรวน จึงเป็นการเปิดโอกาสให้ไขมันตัวร้ายแอบเข้ามาครอบครองร่างกายของเราได้ง่าย การอดนอนทำให้ร่างกายไม่ได้ใช้น้ำตาลในเลือดอย่างที่ควรเป็น ทำให้เราเสี่ยงต่อการเป็นโรคเบาหวานมากขึ้น และยังไปลดระดับของเลปตินซึ่งเป็นฮอร์โมนที่ทำให้เรารู้สึกอิ่ม และก็ไม่ใช่จะมีปัญหากับคนที่นอนไม่หลับอย่างเดียว ปัญหานี้ยังรวมถึงคนที่นอนน้อยกว่า 4 ชั่วโมงต่อคืนอีกด้วย    วิธีแก้ คือ พยายามอย่าอดนอน และคุณผู้หญิงควรนอนให้ได้อย่างน้อย 7-8 ชั่วโมงต่อคืน และถ้ากำลังประสบปัญหาการนอนไม่พอ ให้รีบเข้านอนเร็วขึ้นกว่าปกติ 15 นาที และให้ตั้งเวลาตื่นเท่าๆ กันทุกๆ วัน ทำแบบนี้ให้ได้ทุกๆ สัปดาห์ ร่างกายของเราจะค่อยๆ ทำการปรับตัวจนเป็นปกติ ถ้าการอยู่บ้านทำให้น้ำหนักมากขึ้น สิ่งแวดล้อมภายในบ้านก็เป็นสาเหตุที่ทำให้คุณน้ำหนักตัวเพิ่มมากขึ้นได้ ถ้าเป็นแบบนั้นกันจริงๆ ลองปฏิบัติตามวิธีดังต่อไปนี้ อาจจะเป็นหนทางช่วยคุณได้    1 ปรับแสงสว่างภายในบ้าน การศึกษาและวิจัยพบว่าการที่ในห้องมีแสงสว่างจ้ามากจะทำให้คนอ้วนทานอาหารได้มากยิ่งขึ้น กว่าการที่ในห้องมีแสงเพียงสลัวๆ เพราะแสงสว่างทำให้เรามีความรู้สึกตื่นตัว จึงทำให้ทานได้เร็วยิ่งขึ้น จึงได้รับแคลอรีเพิ่มมากขึ้นด้วย ในทางกลับกัน สำหรับคนที่ต้องการควบคุมน้ำหนักก็จะมีแนวโน้มที่จะทานอาหารมากขึ้นเช่นเดียวกัน ถ้าอยู่ในห้องที่มีแสงสว่างสลัวๆ เพราะจะเกิดอาการลืมตัว ดังนั้นแล้วเราควรปรับแสงไฟในบ้านให้มีความสว่างพอดี ไม่สว่างจ้ามากไปหรือสลัวจนเกินไป จึงจะเป็นทางออกที่ดีที่สุดสำหรับทุกคน    2 ควรเก็บอาหารให้อยู่ไกลๆ สายตา เพราะการมีอาหารอยู่ใกล้ๆ หรืออยู่ในสายตา จะทำให้เราทานได้มากขึ้น อาหารที่อยู่ในชั้นเก็บที่ต่ำจะถูกทานบ่อยกว่าอาหารที่เก็บอยู่ในชั้นสูงๆ และระหว่างการทำกับข้าวทานด้วยกันกับการทานอาหารเพียงจานเดียว เมื่อเปรียบเทียบกันแล้วในแบบแรกก็ยังเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เราทานอาหารได้มากยิ่งขึ้น    3 ในขณะรับประทานอาหารไม่ควรเปิดเพลงฟัง เพราะการฟังเพลงเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เราทานอาหารได้อร่อยมากขึ้น และนั่งอยู่ที่โต๊ะอาหารนานขึ้นอีกด้วย การเปิดโทรทัศน์ก็เป็นสิ่งที่ไม่ควรทำเช่นเดียวกัน



ที่มา : maimoo.teenee.com
link : http://maimoo.teenee.com/tip/สา


ใกล้เคียง

รู้หรือไม่? สัตว์เลี้ยงของหนุ่มๆ บอกนิสัยของ



ฮวงจุ้ยโต๊ะคอมพิวเตอร์ ควรวางไว้ตำแหน่งใด งาน



แบบนี้สิ อยู่แล้วรวย! 8 ข้อรู้เลย! ฮวงจุ้ย โ



ไม่เชื่ออย่าลบหลู่! 5 ลางบอกเหตุนำโชคลาภ เงิ



เอ็นดู! เจ้าตูบจอมแสบ แอบอมกุ้งเครย์ฟิชแน่น!



อีสาน 6 จังหวัด เตรียมเฮ! ต.ค. คมนาคมชง ครม.



จ๊อบไทย เผยตลาดแรงงานไทย ชลบุรี และตะวันออก ค



น่ากลัว!! หนุ่มโพสคลิปตะคริวกินขาก้อนใหญ่มาก



ไม่มียืด ไม่มีย้วย! 6 วิธีแก้ปัญหาเสื้อยืดย๊ว



น่าร้ากก!! หมูป่าขวัญใจชาวบ้าน ชอบกินน้ำอัดลม



ราศีใดช่วงนี้ ดวงกำลังขึ้นแรงในเรื่องงานแต่ให



อยากจะบอกความรู้สึกคนวัยทำงานที่ได้สาวมหาลัยเ



ไม่น่าเชื่อว่ายังมีอยู่จริงๆ!! 17 กฎการแต่งงา



ผู้หญิงรีบอ่านด่วน!! เจ็บจี๊ดที่หัวนมอย่าทำเป



[CR]รีวิวอกหัก พร้อมวิธีการรักษา (ฉ.คนใจอ่อน)



มีโอกาสได้ไปกินข้าวกับแฟนเก่าที่เลิกไป 2ปี หล



เช็คด่วน!! ใครมี 'เส้นวีนัส' บนฝ่ามือ จะมีเสน



ความเชื่อเรื่องนาฬิกาและลางสังหรณ์ บอกเหตุร้า



"กินยาดักไข้" ความเชื่อผิดๆ ที่ควรเลิกทำซะ!!!



ถ้าคุณรู้ว่า คุณไม่ใช่สเปคของเเฟนคุณ คุณจะรู้



อยากเลิกกับแฟนที่คบกันมา 11ปีค่ะ เพราะเขาบอกว





ข่าว ! ข่าวดารา ความสวย ความงาม ความรัก กิน เที่ยว
ติดต่อเรา | www.meawza.com